อภินิหาร!! "หลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน" หักหัวปลาช่อนตัวเขื่อง ดังกร๊อบ!ขนาดเท่าหน้าแข้งหามาเผาให้ศิษย์กิน เหลือบเห็นหนังกับก้าง ถึงกับตกตะลึง!!

อภินิหาร!! "หลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน" หักหัวปลาช่อนตัวเขื่อง ดังกร๊อบ!ขนาดเท่าหน้าแข้งหามาเผาให้ศิษย์กิน เหลือบเห็นหนังกับก้าง ถึงกับตกตะลึง!!

คุณลุงบุญเลิศอยู่อุปัฏฐากติดตามรับใช้หลวงปู่สรวงมาตั้งแต่ปี 2514 จนกระทั่งหลวงปู่สรวงท่านละสังขาร

ความไว้เนื้อเชื่อใจที่หลวงปู่สรวงมีต่อลุงบุญเลิศ จึงไม่เป็นที่สงสัยใดๆสำหรับผู้เลื่อมใสในองค์หลวงปู่สรวง เมื่อครั้งที่หลวงปู่สรวงท่านยังดำรงขันธ์ ไม่ว่าท่านจะธุดงค์หรือรับนิมนต์ไปแห่งหนตำบลใด เป็นต้องมีลุงบุญเลิศอยู่ด้วยทุกครั้งไม่เคยขาด

ลุงบุญเลิศจึงไม่ต่างอะไรกับเงาของหลวงปู่สรวง ที่ไม่เคยแยกห่างออกจากกัน

วันหนึ่ง พ่อลุงบุญเลิศเล่าว่าเรื่องนี้เกิดหลังจากเริ่มติดตามหลวงตาสรวงช่วงแรกๆ ท่านพาเดินป่าขึ้นไปพักอยู่บนเขาในเขตอำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ มีลูกศิษย์ไม่เต็มบาทไปด้วยอีกคนหนึ่ง

ราวๆบ่ายของวันหนึ่ง หลวงตาบอกพ่อลุงบุญเลิศให้ก่อไฟเตรียมไว้ ตัวท่านจะไปหาปลามาให้กิน ท่านหายไปสักพักก็กลับมาพร้อมปลาช่อนตัวขนาดหน้าแข้ง  ยังดิ้นกระแด่วไม่ทันตาย พอมาถึงท่านหักคอปลาดังกร๊อบ!!

พ่อลุงบุญเลิศเล่าว่าถึงกับร้องครางในใจอยู่คนเดียว เอ๊า..เป็นไงเป็นกัน ก็มันหิวเต็มที

หลวงตาลงมือเผาปลาด้วยตัวเอง เอาไม้คอยเขี่ยคอยพลิก กลิ่นปลาเผาหอมจนน้ำลายแตกเต็มปาก พอปลาสุกท่านก็แบ่งปลาออกเป็น3ส่วน

Advertisement

ส่วนหางให้คนไม่เต็มบาท

ส่วนกลางให้พ่อลุงบุญเลิศ

ส่วนหัวท่านฉันเอง

พ่อลุงบุญเลิศเล่าว่า ปลาอร่อยมาก ทั้งสดทั้งเหนียวพอดีกิน เสียแต่ว่ากินลำบากอยู่บ้าง ต้องค่อยๆลอกหนังปลาออก ไม่ให้ขี้เถ้าเปื้อนเนื้อปลาลอกหนังแล้วก็กองไว้ที่ก้อนหินข้างๆตัวก้างปลาก็กองรวมไว้ด้วยกัน

หลังจากอิ่มดีแล้ว หลวงตาเรียกให้รีบลุกขึ้นตามท่านลงไปทำน้ำมนต์ให้ชาวบ้านที่หมู่บ้านตีนเขาพอลงเขามาเห็นชาวบ้านเตรียมครุน้ำถังน้ำนั่งรอกันสลอน อย่างกับว่านัดกันไว้

หลวงตาก็แค่นิ้วมือจุ่มลงไปแกว่งในน้ำให้ทีละราย เดี๋ยวเดียวก็เสร็จ ชาวบ้านถวายเงินคนละ10บาท,20บาท ท่านไม่รับ ส่งเงินคืนให้ชาวบ้านหมด

"เขาไม่รู้ทำไง ก็เลยไปตักข้าวสารมาให้ บอกว่าเอาขึ้นไปหุงกินบนเขา"

เมื่อกลับขึ้นมาถึงที่พักบนเขา จวนมืดแล้ว พ่อลุงบุญเลิศจึงเตรียมหุงข้าวกินมื้อเย็น

"เห็นแปลก..หนังปลากับก้างปลาที่เราลอกแกะทิ้งไว้บนก้อนหิน กลายเป็นเปลือกมันสำปะหลัง เท่านั้นแหละจึงร้องเอะอะใส่ท่าน โอ๊ยยๆ..หลวงตาตั๋วข้าน้อย หลวงตาตั๋วแล้ว" (ตั๋ว-โกหก,หลอกลวง,)

หลวงตาก็แค่หัวเราะอยู่หยุมๆ

"เราเลยไปสำรวจดู เดินตามรอยเท้าที่ท่านหายไปหาปลา ก็ไปเห็นรอยขุดหัวมันสำปะหลัง เราไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า แถวนั้นมันมีน้ำมีห้วยมีธารที่ไหน หลวงตาจะไปเอาปลามาได้ไง"

ขอขอบคุณท่านเจ้าของภาพ และที่มาเนื้อหาข้อมูล

http://www.suankhlang.com/ipb//index.php?showtopic=4004&st=20
http://forum.ampoljane.com/index.php?showtopic=271&pid=2431&mode=threaded&start=0#entry2431

Advertisement

กดติดตาม สยามดราม่า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน และติดตามข่าวสารดีๆ พร้อมนำเสนอให้ท่านสมาชิกไม่พลาดทุกข่าวที่สนใจ

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ