เอาแล้วไง !! ตร.เอาจริงแล้ว ไม่มีใบขับขี่ ไม่มี พ.ร.บ. โดนยึดรถ ใครไม่มีรีบดำเนินการด่วน !! (รายละเอียด)

เอาแล้วไง !! ตร.เอาจริงแล้ว ไม่มีใบขับขี่ ไม่มี พ.ร.บ. โดนยึดรถ ใครไม่มีรีบดำเนินการด่วน !! (รายละเอียด)

เริ่มเข้มงวดขึ้นมาเรื่อยๆสำหรับกฎหมายทางจราจรลดอุบัติเหตุ พบไม่มีใบขับขี่พ.ร.บ.ยึดรถชั่วคราว โดยทางด้าน พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดผยว่า ได้วางแนวทางแก้ปัญหาการจราจรติดขัดและลดอุบัติเหตุและความสูญเสียที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะความผิดที่ส่งผลกระทบให้การจราจรติดขัด โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด ฝ่าฝืนกฎหมายจราจร ขับรถย้อนศร ขับขี่บนทางเท้า

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดปัญหาต่างในการใช้การขับขี่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะควบคุมให้ผู้ขับขี่จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่และต่อพ.ร.บ.ภาคบังคับด้วย ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบแล้วไม่มีใบขับขี่และไม่ได้มีการต่อ พ.ร.บ.อย่างถูกต้อง จะต้องทำการยึดรถไว้เป็นการชั่วคราว ดังนั้น ประชาชนต้องปฏิบัติตามกฎหมายให้ถูกต้อง

Advertisement

โดยทางทางด้าน พล.ต.ท.วิทยา ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ” โดยจากกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ พบว่าที่ไม่มีประกันภัยภาคบังคับมากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ และผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาตถูกต้อง โดยการจับปรับจะเน้นประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเป็นหลัก และการตั้งด่านกวดขันต่อไปนี้จะไม่เป็นลักษณะที่ตำรวจเดินวนรอบรถ แต่จะเน้นตั้งด่านตรวจในจุดที่มีการฝ่าฝืนและมีปัญหาการจราจรเป็นประจำและเห็นการกระทำผิดชัดเจนเท่านั้น เพื่อลดการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชน “

โดยจากสถิตินั้นพบว่ารถจักรยานยนต์มีความเสี่ยงสูงที่สุดต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะกรณีขับรถย้อนศรเป็นสาเหตุสำคัญที่ให้เกิดการสูญเสีย โดยกรณีการเกิดอุบัติเหตุกับรถจักรยานยนต์มีอัตราผู้บาดเจ็บประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ และพบอัตราการเสียชีวิตถึง 60 เปอร์เซ็นต์

เเต่อย่างไรก็ตามนั้น สำหรับแนวทางในการปฏิบัติ จึงได้มีการกำชับให้รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1-9 ที่รับผิดชอบงานด้านการจราจร และได้มีนโยบายให้สถานีตำรวจ 88 สน. กำหนดแผนการดำเนินการแต่ละเส้นทาง ทั้งในชั่วโมงเร่งด่วนและนอกชั่วโมงเร่งด่วน โดยจะใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

Advertisement

กดติดตาม สยามดราม่า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน และติดตามข่าวสารดีๆ พร้อมนำเสนอให้ท่านสมาชิกไม่พลาดทุกข่าวที่สนใจ

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ