ไปหามากินเลย!! เห็ด 8 ชนิดนี้สามารถต้านมะเร็ง และโรคร้ายเหล่านี้ได้ โคตรมีประโยชน์ ไม่ต้องไปหาหมอแล้ว!?

ไปหามากินเลย!! เห็ด 8 ชนิดนี้สามารถต้านมะเร็ง และโรคร้ายเหล่านี้ได้ โคตรมีประโยชน์ ไม่ต้องไปหาหมอแล้ว!?

เห็ดเมื่อนำมาทำเป็นอาหารนั้นถือว่าเป็นเมนูที่ใครหลาย ๆ คนชอบทานกันเลยทีเดียว ยิ่งคนทานมังสวิรัติ หรือในช่วงเทศกาลกินเจ เห็ดก็เป็นเมนูหลักๆ ในการนำมาประกอบอาหาร เพราะเมื่อนำมาทำอาหารเป็นเมนูที่ทานง่ายและอร่อย เด็กก็ทานได้ผู้ใหญ่ก็ทานดี เห็ดนั้นมีมากมายหลากหลายชนิด และมีประโยชน์ที่แตกต่างกันไป

1. เห็ดหอม หรือ เห็ดชิตาเกะ

ชาวจีนยกให้เห็ดหอมเป็นอาหารต้นตำรับ “อมตะ”

-เป็นยาอายุวัฒนะ เพราะช่วยลดไขมันในเส้นเลือด

-เพิ่มภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสและมะเร็งด้วย

-มีกรดอะมิโนถึง 21 ชนิด มีวิตามิน บี 1 บี 2 สูง มีวิตามินดีสูง ช่วยบำรุงกระดูกและมีปริมาณโซเดียมต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคไต

-ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง

-ช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร

-ช่วยบำรุงกำลัง บรรเทาอาการไข้หวัด

2.เห็ดกระดุมหรือเห็ดแชมปิญอง

รูปร่างกลมมน คล้ายกระดุมที่มีขนาดใหญ่ ผิวเนื้อนวล มีให้เลือกทั้งแบบสดหรือบรรจุกระป๋อง

Advertisement

-ช่วยรักษาและป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมมากที่สุด สารบางอย่างในเห็ดนี้ไปช่วยยับยั้งเอนไซม์อะโรมาเตส (aromatase) ทำให้เกิดการยับยั้งการเปลี่ยนฮอร์โมนเอนโดรเจนเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน เมื่อร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนได้น้อยลงก็ลดโอกาสการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมให้น้อยลงตามไปด้วย

3. เห็ดฟาง

เป็นเห็ดที่ขึ้นได้ดีในธรรมชาติ จึงนำมาปรุงอาหารกันอย่างแพร่หลาย แต่หลายคนไม่รู้ว่า เห็ดฟาง มีสรรพคุณดี ๆ แบบนี้ด้วย

– มีวิตามินซีสูง ทานแล้วช่วยป้องกันโรคเหงือก เลือดออกตามไรฟัน

– มีสาร volvatioxin ช่วยป้องกันการเติบโตของไวรัสที่ทำให้ป่วยไข้หวัดใหญ่

– มีกรดอะมิโนสำคัญอยู่หลายชนิด หากทานประจำจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดการติดเชื้อต่าง ๆ

– ช่วยลดความดันโลหิต

– ทางแพทย์แผนโบราณจัดให้เห็ดฟางเป็นเภสัชวัตถุที่มีรสหวานเย็น จึงช่วยบำรุงร่างกาย ช่วยย่อยอาหาร บำรุงโลหิต บำรุงกำลัง บำรุงตับ แก้ร้อนใน แก้ช้ำใน

– เห็ดฟาง 100 กรัม ให้พลังงาน 35 กิโลแคลอรี และมีไขมันเพียง 0.2 กรัม จัดเป็นอาหารไขมันต่ำ แคลอรีน้อย และไม่มีคอเลสเตอรอล

4. เห็ดหูหนูขาว

มีคุณประโยชน์คล้าย ๆ กับ “เห็ดหูหนูดำ” แต่การออกฤทธิ์ของเห็ดหูหนูขาวจะออกฤทธิ์ที่ปอดและกระเพาะอาหาร ส่วนเห็ดหูหนูดำจะออกฤทธิ์ที่ไตและตับ อย่างไรก็ตาม จัดเป็นสุดยอดของเห็ดเช่นเดียวกัน

– ช่วยบำรุงปอด หยุดอาการไอที่เกิดจากปอดแห้ง ไอมีเสมหะปนเลือด

– บำบัดอาการอ่อนเพลีย

– แก้ไอ เสมหะมีเลือดปน อาการร้อนใน

– ชะลอความเสื่อมของเซลล์ เสริมภูมิคุ้มกัน

– ลดอาการหลอดเลือดหัวใจขาด/ตีบ

– มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ลดอาการแทรกซ้อน ภายหลังการฉายแสงรักษาโรคมะเร็ง

– มีฤทธิ์สงบประสาท ช่วยให้นอนหลับ

5. เห็ดหูหนูดำ

รสสัมผัสกรุบ ๆ กรอบ ๆ จากดอกเห็ดที่มีลักษณะคล้ายแผ่นวุ้น ทำให้หลายคนชอบทาน และยังพกประโยชน์มาอีกเพียบ

– มีคุณสมบัติที่เย็นกว่าเห็ดหูหนูขาว จึงช่วยรักษาโรคร้อนใน แก้เจ็บคอ หยุดเลือดออก เช่น ปัสสาวะเป็นเลือด ประจำเดือนมากผิดปกติ ริดสีดวงทวาร โรคบิด (เนื่องจากเลือดร้อน)

– นำไปต้มกับน้ำตาลจิบเป็นชาแก้ไอได้

– เป็นยาบำรุงเลือดและพลัง รักษาโรคโลหิตจาง

– แก้อาการท้องเสีย โรคริดสีดวงทวาร

– ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร

– มีสารอะดีโนซีน ช่วยลดความข้นเหนียวของเลือด จึงลดความเสี่ยงภาวะเส้นเลือดอุดตันหลอดเลือดสมองและหัวใจ

6. เห็ดภู่มาลา(เห็ดหัวลิง)

– เพิ่มความสามารถภูมิคุ้มกัน

-ยับยั้งเซลล์มะเร็ง

-รักษาโรคแผลเรื้อรัง และอักเสบในกระเพาะ ในลำไส้ส่วนต้น

-รักษามะเร็งในกระเพาะและในหลอดอาหาร น้ำต้มสกัดการย่อยอาหารดีขึ้น

-เห็ดหัวลิงแห้งบำบัดอาการอ่อนเพลีย อ่อนล้าที่เกิดจากการวิตกกังวล

-สาร erinaines E.F และ G กระตุ้นส่วนประกอบของการเติบโตของเซลล์ประสาท

7. เห็ดเข็มเงินเข็มทอง

-ถ้ากินเป็นประจำจะทำให้ตับ แข็งแรง

-ช่วยรักษากระเพาะและลำไส้อักเสบเรื้อรัง

-เห็ดเข็มทองมีสาร สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

-มีคุณสมบัติในการกระตุ้น ระบบภูมิคุ้มกันของสิ่งมีชีวิต

8. เห็ดเผาะหรือเห็ดถอบ

นิยมกัน คือ แกงเผ็ด เวลาเคี้ยวแล้วให้ความรู้สึกกรอบ มัน เพราะเห็ดเผาะกรอบ ข้างในกลวง เวลาเคี้ยวแล้วดังเผาะทุกๆครั้ง นิยมกินเห็ดระยะที่อ่อนอยู่ โดยนำไปแกงคั่ว และผัด หรือกินสดเป็นผักจิ้มน้ำพริก

-รักษาบาดแผล

-ทำให้กระชุ่มกระชวย บำรุงร่างกาย ชูกำลัง

-แก้ช้ำใน

ที่มา kaijeaw

Advertisement

กดติดตาม สยามดราม่า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน และติดตามข่าวสารดีๆ พร้อมนำเสนอให้ท่านสมาชิกไม่พลาดทุกข่าวที่สนใจ

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ