ถึงบ้านผมจน ผมก็ไม่เคยคิดจะเอาของใคร!! นร.ม.1 เก็บทองได้ 2 บาท แจ้ง ตร.หาเจ้าของ พอถามเด็ก บอกแม่สอนมา ประโยคหนึ่ง คำเดียวซึ้งเลย แม่ๆควรเอาเป็นตัวอย่าง!?!

ถึงบ้านผมจน ผมก็ไม่เคยคิดจะเอาของใคร!! นร.ม.1 เก็บทองได้ 2 บาท แจ้ง ตร.หาเจ้าของ พอถามเด็ก บอกแม่สอนมา ประโยคหนึ่ง คำเดียวซึ้งเลย แม่ๆควรเอาเป็นตัวอย่าง!?!

วันนี้ 15 มีนาคม 2560 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากอาจารย์ปวันรัตน์ บุญหนุน ครูที่ปรึกษาโรงเรียนรัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ว่า ว่ามีเด็กนักเรียนโรงเรียนรัตนบุรี เก็บทองหนัก 2 บาทได้ที่บริเวณหน้าร้านค้า ตรงข้ามตลาดสดเทศบาลรัตนบุรี  เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา  จึงอยากจะประกาศให้ผู้ที่เป็นเจ้าของให้มารับคืน  โดยเด็กได้ไปแจ้งให้ลงบันทึกประจำวันไว้กับ ร.ต.อ.พงษ์พิทักษ์ ประณมศรี  ร้อยเวรสอบสวน สภ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์  แล้วเพื่อเป็นหลักฐาน  และเก็บทองไว้คืนเจ้าของ  

อาจารย์ปวันรัตน์  ได้กล่าวว่า  เด็กนักเรียนที่เก็บทองได้นี้คือเด็กชายอภิเดช สร้อยจิตต์ อายุ 14 ปี นักเรียนขั้น ม. 1/8 โรงเรียนรัตนบุรี  เป็นเด็กชอบกิจกรรม  มีนิสัยดี  ชอบช่วยเหลือผู้อื่น  ในครั้งนี้ถือว่าเป็นความดีที่น่ายกย่อง   แม้ทางบ้านจะมีฐานะไม่ค่อยดี  แต่เขาเก็บทรัพย์สินของผู้อื่นได้  แล้วเอาไปคืนเจ้าของ  โดยไม่คิดอยากได้เป็นของตนเอง  จึงเป็นความดีที่ควรจะยกย่อง  และให้เยาวชนได้เอาเป็นแบบอย่าง

จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้ติดตามไปยังบ้านเลขที่ 57 หมู่ที่ 9 ถนนบ้านหวาย ต.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์  ซึ่งเป็นบ้านของเด็กชายอภิเดช  สร้อยจิตต์  อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.1/8 โรงเรียนรัตนบุรี  ที่เก็บทองหนัก 2 บาทได้แล้วนำส่งให้เจ้าหน้าที่ประกาศตามหาเจ้าของมารับคืน    พบสภาพบ้านเป็นบ้านสองชั้นครึ่งตึกครึ่งไม้  ภายในบ้านพบเด็กชายอภิเดชกำลังกวาดบ้านอยู่ จึงได้เข้าไปสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกรณีเก็บทองหนัก 2 บาทได้

Advertisement

เด็กชายอภิเดช หรือน้องมาร์ค  ก็ได้เผยว่า  ในวันนั้น(วันที่ 13 มีนาคม 2560)ตอนบ่าย ตนขี่รถจักรยายนต์จะมาซื้อของที่ตลาดสด  พอมาถึงบริเวณหน้าร้านขายของซึ่งอยู่ตรงข้ามตลาดสดเทศบาลรัตนบุรี  ก็ได้สังเกตเห็นถุงสีแดงเล็กๆตกอยู่บนฟุตบาตหน้าร้านขายของ(ร้านเจริญรัตน์)  จึงได้จอดรถแล้วลงไปหยิบขึ้นมาเปิดดู  ปรากฏว่าเป็นสร้อยคอทองคำ  ซึ่งทราบภายหลังว่าหนักถึง 2 บาท  ตอนแรกตนรู้สึกตกใจและกลัวว่าจะมีความผิด  จึงได้รีบไปพบตำรวจจราจรที่อยู่หน้าตลาดสด  ให้พามาที่สถานีตำรวจเพื่อแจ้งลงบันทึกประจำวันไว้  และให้ประกาศติดตามหาเจ้าของมารับคืน โดยไม่คิดอยากได้  เพราะแม่เคยสอนไว้ว่า  ถ้าไม่ใช่ของของเราอย่าเอาของเขา  และตนก็คิดว่าหากเจ้าของเขารู้ว่าของเขาหาย  เขาคงจะเสียใจ  จึงอยากจะนำมาให้เจ้าของคืน

นางมาลี นิลจันทร์ อายุ 42 ปี มารดาของเด็กชายอภิเดช  ได้เปิดเผยว่า ตนมีลูก 3 คนเป็นผู้ชายทั้งหมด  น้องมาร์ค เป็นลูกคนที่ 2  ตนรู้สึกภูมิใจในตัวลูกชายมาก  ที่สอนให้เขาเป็นเด็กดีได้สมความตั้งใจ  หลังจากที่พ่อเขาเสียชีวิตมาได้เกือบ 5 ปี  ตนก็หาเลี้ยงลูกคนเดียวมาตลอด  โดยมีอาชีพรับจ้างทั่วไป  แล้วแต่ใครจะจ้างให้ทำงานอะไร  พอมีรายได้มาเลี้ยงลูกบ้าง  แต่ก็ไม่พอใช้จ่ายหรอก  ซึ่งก็ยังดีที่มีญาติทางสามีที่เสียชีวิตไปแล้วช่วยในเรื่องค่าเทอมให้หลานๆ  ส่วนค่าอาหารการกินตนก็จะเป็นผู้หาเงินมาดูแลลูกๆ   หากไม่พอก็อาศัยหยิบยืมจากญาติๆ  ในยามที่ไม่มีใครจ้างไปทำงาน  ตนอยากจะให้ลูกๆได้เรียนสูงๆจนจบปริญญาตรี  จะได้มีงานทำดีๆ  ไม่ต้องมาลำบากหางานรับจ้างเหมือนแม่  โดยลูกชายคนโตก็จะจบม.6 ในเทอมนี้แล้ว  และน้องมาร์คหรือเด็กชายอภิเดชก็จะขึ้นม.2 ในเทอมหน้า  ส่วนลูกชายคนเล็กก็จะขึ้น ม.1 ตามๆกันมา ตนขอให้ลูกๆเป็นคนดีก็พอ  แม้ตนจะลำบากแค่ไหนก็จะทนสู้เอาเพื่อลูก

Advertisement

กดติดตาม สยามดราม่า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน และติดตามข่าวสารดีๆ พร้อมนำเสนอให้ท่านสมาชิกไม่พลาดทุกข่าวที่สนใจ

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ