แจกสูตรรวย !! เทคนิคการทำ " เห็ดโอ่ง " แบบเกษตรอินทรีย์ เพาะง่าย  รายได้ดี ใช้พื้นที่น้อย แค่ทำตามนี้ !?

แจกสูตรรวย !! เทคนิคการทำ " เห็ดโอ่ง " แบบเกษตรอินทรีย์ เพาะง่าย รายได้ดี ใช้พื้นที่น้อย แค่ทำตามนี้ !?

      อาจจะผ่านพ้นช่วงฝนไปแล้วสำหรับช่วงนี้ และเข้าหน้าหนาว แต่ปลายฝนต้นหนาวนี่แหละ ที่อาจทำรายได้ให้กับหลายครอบครัวมานักต่อนัก เพราะแนวคิดใหม่ๆ ในการทำการเกษตรอินทรีย์นั้น มีมากขึ้นเรื่อยๆ และไม่อิงกับตำราสมัยเก่ากันแล้ว เรียกว่า ไม่มีสูตรตายตัวสำหรับการทำเกษตร จึงมีแนวคิดเกษตรนอกกรอบมากมายที่นำมาซึ่งผลผลิตที่ยั่งยืนและคุณภาพ

และหนึ่งในนวัตรกรรมที่นอกกรอบในการทำเกษตรอินทรีย์นั่นคือ การเพาะเห็ด ไม่ว่าจะเป็น เห็ดฟางตะกร้า เห็ดฟางกระสอบ เห็ดคอนโด หรือแม้กระทั่ง การเพาะเห็ดเห็ดโอ่ง ไม่ใช่พันธุ์ของเห็ดชนิดใหม่ แต่เป็นวิธีการใหม่ที่แตกแขนงออกมาจากกรอบเดิมๆ ที่ให้ผลผลิตไม่แพ้การเพาะเห็ดแบบปกติ และทำให้อาชีพนี้เป็นอาชีพยอดนิยมที่สร้างรายได้ที่รวดเร็วอีกอาชีพหนึ่งเลยทีเดียว แล้วเห็ดโอ่งคืออะไร เราลองมาดูกันก่อนเห็ดโอ่ง ก็คือกรรมวิธีการเพาะเห็ดโอ่ง แต่ไม่ได้หมายถึงเห็ดชนิดเดียว เราสามารถนำเอาเห็ดหลากหลายชนิดมาเพาะในโอ่งให้เป็นเห็ดโอ่งได้ง่ายๆ โดยปกติแล้ว การเพาะเห็ดในโอ่งนั้นก็เพื่อจุดประสงค์ในการบริโภคภายในครัวเรือน เน้นในเรื่องการปลูกผักปลอดสารพิษทั่วไป แต่มันทำรายได้มาก มันเลยกลายเป็นเห็ดโอ่งในทุกวันนี้ โดยทั่วไปการเพาะเห็ดจะต้องสร้างโรงเรือน ใช้เงินทุนสูงพอสมควร และถ้าจะเพาะในเชิงพาณิชย์ต้องตววจสอบเรื่องการตลาดให้ดีเสียก่อน แต่ถ้าจะเพาะเพื่อการบริโภคในครัวเรือนนั้น ไม่มีความยุ่งยากและไม่ต้องลงทุนสร้างโรงเรือนให้วุ่นวาย แถมสามารถใช้วัสดุเหลือใช้ในครัวเรือนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือ โอ่ง จะแตก หรือร้าว ก็สามารถนำมาเป็นเครื่องมือสำหรับการเพาะเห็ดได้ จึงได้เกิดวิธี การเพาะเห็ดในโอ่ง นี้ขึ้นนั่นเอง

Advertisement

กรรมวิธีการเพาะเห็ดในโอ่งก็ไม่ยาก ใช้โอ่งเก่า โอ่งแตก หรือโอ่งร้าว สำหรับเป็นที่เพาะเห็ดได้หมด และหาก้อนเชื้อเห็ดถุงชนิดที่ต้องการจะเพาะ กระสอบป่านใส่ข้าวสารหรือตาข่ายพรางแสงสีดำและบัวรดน้ำเท่านั้น ขั้นตอนการเพาะอันดับแรกจะต้องเลือกสถานที่ใช้เพาะควรเป็นใต้ร่มไม้หรือบริเวณที่มีร่มเงา

วัสดุและอุปกรณ์ในการเพาะเห็ดในโอ่งแบบมาตรฐาน

  • โอ่งมังกร (โอ่งแตก หรือโอ่งร้าว) จำนวน 1 ใบ
  • ก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้าหรือเห็ดถุงชนิดอื่นๆ จำนวน 20 ก้อน
  • ตาข่ายพรางแสง หรือกระสอบป่าน สำหรับปิดปากโอ่ง จำนวน 1 ผืน
  • ไม้ไผ่ตีเป็นตะแกรง ขนาดความกว้าง ยาว ให้พอดีกับขนาดโอ่งที่เตรียมไว้
  • กรอบไม้ทำฐานรองพื้นโอ่ง (ด้านนอก)
  • ทรายหยาบ รองพื้นโอ่ง
  • เชือกฟาง

ขั้นตอนการเพาะเห็ดโอ่ง

  • นำไม้ที่เตรียมไว้สำหรับทำฐานรองโอ่งด้านนอก มาตีล้อมกรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยให้มีพื้นที่ว่างระหว่างกรอบไม้เพียงพอต่อการวางพื้นที่ผิวของโอ่งที่จะวางในแนวนอน ไม่ให้โอ่งกลิ้ง
  • นำโอ่งมานอนลง จัดหาสถานที่เหมาะๆ ใต้ร่มไม้หรือที่มีร่มเงา ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกขึ้น
  • นำทรายหยาบมาเทรองพื้นโอ่งที่วางไว้ในแนวนอน กะให้มีความหนาประมาณ 2-3 นิ้ว เพื่อกักเก็บความชื้น
  • นำตะแกรงไม้ไผ่ที่เตรียมไว้มาวางด้านในโอ่ง ทำเป็นแผงสำหรับวางก้อนเชื้อเห็ด โดยให้มีพื้นที่ว่างด้านบนมากกว่าพื้นที่ว่างด้านล่าง
  • นำก้อนเชื้อเห็ดที่ต้องการเพาะมาเรียงไว้จนเต็ม และทำการเปิดดอก ด้วยวิธีการเปิดจุกก้อนเชื้อด้านบน บังคับให้ดอกออกเป็นกระจุกด้านบน ก่อนวางเรียงก้อนเชื้อเห็ดจนเต็ม
  • ปิดปากโอ่งด้วยกระสอบป่านหรือตาข่ายพรางแสง แล้วใช้เชือกผูกยึดกระสอบกับขอบปากโอ่งให้แน่น โดยปล่อยชายกระสอบให้สามารถเปิดขึ้นลงได้
  • รดน้ำบนก้อนเชื้อเห็ด เช้า-กลางวัน-เย็น ถ้าพบว่ากองเห็ดแห้งเกินไป ควรเพิ่มความชื้นโดยใช้กระบอกฉีดน้ำ พ่นน้ำให้เป็นฝอยในโอ่ง เพื่อเป็นการให้ความชื้นแก่ก้อนเห็ด แล้วปิดปากโอ่งไว้ดังเดิม

ข้อแนะนำสำหรับการเพาะเห็ดโอ่ง แบบเศรษฐกิจพอเพียง

  • ควรระมัดระวังในช่วงวันที่ 1-3 ถ้าร้อนเกินไป ให้เปิดกระสอบป่านหรือตาข่ายพรางแสงเพื่อระบายความร้อน
  • หลังเพาะประมาณ 1 สัปดาห์ จะเริ่มมองเห็นตุ่มสีขาวเล็กๆ เกิดขึ้นบนก้อนเชื้อเห็ด ในช่วงนี้ต้องระวังเรื่องการรดน้ำ อย่าให้ดอกเห็ดโดนน้ำเป็นอันขาด มิฉะนั้นดอกจะฝ่อและเน่าเสียหาย แต่ยังคงต้องพ่นน้ำให้ความชื้นอยู่ทุกวัน
  • ประมาณ 7-10 วัน เห็ดจะออกดอกเก็บรับประทานได้ สามารถเก็บดอกเห็ดมารับประทานได้แล้วทุกวัน จนกว่าดอกเห็ดจะหมดไป ใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน
  • น้ำที่ใช้สำหรับการรดก้อนเชื้อเห็ดจะต้องเป็นน้ำที่จืด มีค่า pH เป็นกลาง ไม่มีคลอรีนเจือปน เรื่องน้ำที่ใช้รดก้อนเห็ดนั้นสำคัญมาก ถ้าน้ำกร่อยหรือเค็มจะส่งผลให้เห็ดไม่ออกดอก
  • น้ำที่ดีที่สุดคือ น้ำฝน หรือจะใช้น้ำประปาที่ผ่านการขจัดคลอรีนออกแล้วก็ได้ผลดีเช่นกัน (การรองน้ำประปาตากแดดทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน จะช่วยขจัดคลอรีนออกไปได้)

สำหรับการเพาะเห็ดในโอ่ง เป็นการนำเอาของใช้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นแนวทางในการประหยัดต้นทุน และสามารถนำไปเพาะได้ทุกครัวเรือน เห็ดที่จะนำมาใช้ในการเพาะแต่ละชนิดนั้น จะมีความต้องการและลักษณะนิสัยที่แตกต่างกัน เช่น เห็ดประเภทนางรม หูหนู และเป๋าฮื้อ จะต้องการสภาพอากาศที่ร้อนชื้นจนถึงสภาพอากาศตามปกติ ส่วนเห็ดนางฟ้า เห็ดหอม จะต้องการอากาศที่ค่อนข้างเย็นในการเจริญเติบโต การเพาะเลี้ยงเห็ดชนิดใดๆ ควรจะมีการจัดการสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ดชนิดนั้นๆ ในการผลิตดอกเห็ดแต่ละฤดูก็ควรมีการจัดการชนิดของเห็ดที่จะผลิตควบคู่ไปด้วย

การดูแลรักษาเห็ดโอ่ง

  • ข้อระวัง น้ำที่ใช้รดเห็ดจะต้องเป็นน้ำจืด ไม่มีคลอรีนเจือปน ไม่เป็นน้ำกร่อย น้ำเค็ม ระวังน้ำเค็มไม่สามารถจะใช้รดเห็ดได้ เพราะเห็ดจะไม่ออกดอก
  • เห็ดแต่ละชนิดต้องการอุณหภูมิที่เหมาะสมในการผลิตดอกเห็ดไม่เหมือนกัน เห็ดนางรม เห็ดเป๋าฮื้อ และเห็ดหูหนู ต้องการอุณหภูมิธรรมดาในช่วงฤดูร้อนหรือฤดูฝน ส่วนเห็ดนางฟ้าและเห็ดหอม ต้องการอุณหภูมิค่อนข้างเย็น

ผู้สนใจการเพาะเห็ดในโอ่งที่ไม่ต้องใช้โรงเรือน สำหรับไว้รับประทานเอง สามารถติดต่อสอบถามขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

  • สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม โทร. (034) 702-829, (081) 041-8341
  • คุณสถาพร ตะวันขึ้น บ้านเลขที่ 21 หมู่ที่ 4 ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม 75120
  • กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเห็ดบ้านท่าช้าง ม.2 ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม พิษณุโลก 65150 โทรศัพท์ 081-675-8839, 084-622-5879

ในปีนี้จะไปดูและศึกษางานและข้อมูลการเพาะเห็ด อาจหางานเกษตรแฟร์ที่มี หรือดูข้อมูลอ้างอิงจาก การเพาะเห็ดโอ่ง

ขอบคุณข้อมูลจากkaset

Advertisement

กดติดตาม สยามดราม่า เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน และติดตามข่าวสารดีๆ พร้อมนำเสนอให้ท่านสมาชิกไม่พลาดทุกข่าวที่สนใจ

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ