หมอช็อก!! เด็ก 4 ขวบเอาขาตุ๊กตาใส่เข้าไปในช่องคลอด แต่พอถามเด็กถึงกับกลั่นน้ำตาไว้ไม่อยู่จริงๆ !???

หมอช็อก!! เด็ก 4 ขวบเอาขาตุ๊กตาใส่เข้าไปในช่องคลอด แต่พอถามเด็กถึงกับกลั่นน้ำตาไว้ไม่อยู่จริงๆ !???

แหล่งข่าวรายงานว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งต้องออกมากล่าวทั้งน้ำตา คิดไม่ถึงว่าเด็กวัยเพียงเท่านี้จะต้องเจอกับอะไรเหล่านี้ด้วย.. เมื่อพบว่ามีเด็กหญิงวัย 4 ขวบรายหนึ่งมีอาการเลือดออกจากร่างกาย ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังจากได้รับการตรวจร่างกายทีมแพทย์ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อพบว่ามีขาตุ๊กตาบาร์บี้คู่หนึ่งอยู่ในช่องคลอด ซึ่งหลังจากการผ่าตัดแพทย์ได้สอบถามถึงสาเหตุว่าทำไมถึงทำแบบนั้น ซึ่งคำตอบที่ได้จากเด็กหญิงวัย 4 ขวบคนนี้ทำให้แพทย์ถึงกับพูดไม่ออกอีกครั้งโดยเธอบอกว่า "หนูเอาตุ๊กตาบาร์บี้ใส่เข้าไปในท้องของหนู พอมันคลอดออกมาหนูก็จะดูแลมันให้ดี ๆ เพราะว่าหนูจะเป็นคุณแม่ที่ดีค่ะ" โดยทางพ่อกับแม่ของเด็กหญิงคนนี้บอกอีกว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกของพวกเขาเอาตุ๊กตาบาร์บี้ใส่เข้าไปในช่องคลอดของตัวเอง

โดยภายหลังเด็กหญิงคนดังกล่าวได้ถูกนำตัวส่งไปรักษาที่ศูนย์บำบัด เธอมีอาการชอบทำร้ายตัวเอง เห็นได้ชัดว่าเธอได้รับความทุกข์ทรมานจากการเลี้ยงดูของทางบ้าน ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับผู้ปกครองของเธอโดยตรง เธอร้องไห้และกล่าวว่า "หนูโดนตีตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นตอนกินข้าว อาบน้ำ ไปเที่ยวเล่นหรือแม้กระทั่งเวลานอนหนูก็ยังโดนตี.." ซึ่งพ่อแม่ของเด็กอ้างว่าเพราะเธอนั้นดื้อมากและไม่ค่อยเชื่อฟัง หลังจากได้ยินคำอธิบายของเด็ก ๆ ทำเอาผู้ปกครองของเด็กคนอื่น ๆ ที่อยู่ที่ศูนย์บำบัดถึงกับต้องรู้สึกเสียใจมาก และเพิ่งเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าการตีเด็กนั้นส่งผลให้เด็กเป็นโรคทางจิตและทำร้ายตัวเอง

ก่อนหน้านี้แหล่งข่าวต่างประเทศนิวยอร์กไทม์เคยรายงานว่า มีคุณแม่เชื้อสายจีนท่านหนึ่ง เธอตีลูกชายวัย 8 ขวบด้วยไม้กวาดจนเป็นแผล เพียงเพราะว่าลูกชายของเธอไม่ยอมทำการบ้าน จนวันรุ่งขึ้นลูกชายไปโรงเรียน ครูได้สังเกตเห็นรอยช้ำบนร่างกาย จึงรีบรายงานเรื่องนี้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในช่วงเย็นของวันนั้นตำรวจก็มาพาลูกทั้งสามคนของเธอไปให้หน่วยงานรับเลี้ยงเด็กเลี้ยงดูแลทั้งหมด

จากมุมมองของนักจิตวิทยาว่าบอก ถ้าผู้เป็นพ่อเป็นแม่กดดันเด็กมากเกินไปอาจทำให้เด็กเกิดความคิดและอารมณ์ต่อต้านขึ้นได้ ซึ่งจะส่งผลให้เด็กโกรธง่าย จนกลายเป็นเด็กก้าวร้าว และจะชอบใช้ความรุนแรงกับคนอื่น เพราะเด็กอาจเลียนแบบพฤติกรรมเหล่านี้จากพ่อแม่ หากพ่อแม่ผู้ปกครองตีหรือด่าว่าเด็กมากเกินไป เด็กก็จะเลียนแบบ และทำตามโดยการไปด่าว่าคนอื่น มีบางคนถึงกับต้องไปทำร้ายสัตว์ขนาดเล็กเพื่อระบายอารมณ์ของตัวเอง บางครั้งอาจจะเลวร้ายถึงขั้นว่ามีพฤติกรรมทำร้ายตัวเองแสดงออกมา เพียงเพื่อต้องการบรรเทาความหวาดกลัวและความวิตกกังวลของตัวเอง

Advertisement

และการที่เด็กถูกตีหรือด่ามากเกินไปอาจทำให้เด็กสามารถกลายเป็นคนที่ไม่เชื่อฟังใคร เด็กอาจจะรู้สึกอึดอัด และจะยิ่งเบื่อพ่อแม่มากขึ้น จนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูกแย่ลงไปอีก และยังส่งผลให้ความภาคภูมิใจต่อตัวเองของเด็กจะหายไป เพราะจิตใจของเด็กนั้นเปราะบางกว่าผู้ใหญ่มาก การที่ถูกผู้เป็นพ่อเป็นแม่ตีหรือด่ามากเกินไปนั้น อาจทำให้จิตใจของเด็กต้องบอบช้ำจนส่งผลให้สูญเสียความมั่นใจในตัวเอง เด็กจะรรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยกว่าคนอื่น

บางทีคำพูดของคนโบร่ำโบราณที่มักจะบอกว่า "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" อาจจะต้องเปลี่ยนความคิดนี้ใหม่ เพราะใครจะรู้ว่าการลงโทษเด็กด้วย "การตี" หรือ "การด่า" นั้นจะสามารถส่งผลต่อจิตใจของเด็กได้ถึงเพียงนี้ การอบรมเด็กนั้นไม่ใช่สิ่งที่ยาก ก่อนอื่นผู้เป็นพ่อเป็นแม่ควรปรับทัศนคติใหม่เสียดาย เราไม่ควรด่วนตัดสินเด็กจากการกระทำ ควรคำนึงถึงจิตใจเด็กมาเป็นอันดับแรก ถ้าเห็นว่าเด็กแสดงพฤติกรรมแย่ ๆ ลองคิดในมุมของเด็กดู เพราะเด็กคือผ้าขาวที่ได้รับอะไรมาก็สะท้อนออกมาอย่างนั้น เมื่อคิดได้อย่างนี้พ่อแม่จะเข้าใจและอยากช่วยแนะนำสั่งสอนให้เด็กทำตัวดี ๆ เป็นที่รักของทุกคนมากกว่าที่จะดุด่าหรือดูถูก