เจอน้องต้นไม้​แล้ว !! ถูกน้ำพลัดหลุดมือจากแม่ ขณะหนีขึ้นรถ ทำให้น้องหายไปกับน้ำ !??

เจอน้องต้นไม้​แล้ว !! ถูกน้ำพลัดหลุดมือจากแม่ ขณะหนีขึ้นรถ ทำให้น้องหายไปกับน้ำ !??

จากสถานการณ์น้ำท่วมทางภาคใต้ซึ่งเริ่มตั้งแต่จ.ประจวบคีรีขันธ์ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง และจากอุทกภัยในครั้งนี้ก็ได้คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 25 ราย และที่น่าหดหู่ยิ่งนักก็คือการเสียชีวิตของเด็กอายุ 5 ขวบที่ผู้ปกครองเพิ่งพากลับจากการไปร่วมงานบวชที่ จ.สุพรรณบุรี โดยเรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่โดยเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า "คาเธ่ย์ หมี" ซึ่งมีการโพสต์ข้อความนี้สองครั้ง สองเหตุการณ์ด้วยกัน รายละเอียดระบุว่า

อัพเดท จากคลิปรถตู้โดนกระแสน้ำพัด ขอความช่วยเหลือ! สรุป! ผู้ใหญ่ 7 คนปลอดภัย แต่เด็ก น้องต้นไม้ อายุ 5 ขวบ แรงน้ำพลัดหายต่อหน้าแม่  ประจวบฯ

ซึ่งรถตู้คันนี้เป็นชาว อ.ทุ่งสง จ.นครศรีฯ ได้เดินทางกันทั้งหมดรวมเด็ก 8 คน เพื่อไปรวมงานบวชที่ จ.สุพรรณบุรี และอยู่ระหว่างเดินทางกลับมานครศรีฯ และขณะรถวิ่งอยู่บน ถ.เพชรเกษม ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ได้เกิดน้ำท่วม ตามคลิปแล้วส่งพิกัด GPS.มาเพื่อขอความช่วยเหลือ

แล้วเมื่อน้ำเริ่มสูงขึ้น ทุกคนได้ไปนั่งบนหลังคารถตู้ แต่กระแสน้ำเชี่ยวแรงได้พลัดรถไหลไปจากถนน ซึ่งแม่ได้อุ้มเด็กได้ลื่นเสียหลักตกจากหลังคารถตกน้ำ และเพื่อนๆได้คว้ามือช่วยคุณแม่ได้ทัน แต่เด็กได้ไหลไปกับกระแสน้ำแล้ว  และทุกคนได้นั่งร้องไห้บนหลังคารถตู้ร่วม 5 ชม.เพื่อรอการช่วยเหลือ จากนั้นเวลา 03.00 น.ได้มีทีมงานกู้ภัยของคุณใหญ่ -ฝันดี นำเรือเข้าช่วยฯ และเมื่อเวลา 04.44 น. หมีได้โทรหา คุณใหญ่-ฝันดี Fundee Junyatanakron ทีมงานใจถึงใจ  ซึ่งลงพื้นที่ช่วย จึงได้ภาพและรายละเอียดเพิ่มเติม

Advertisement

และตอนนี้ทุกหน่วยกำลังนำเรือออกตาหาเด็ก ถ้ามีรายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบ .."ขอให้น้องต้นไม้ปลอดภัย" และขอขอบคุณทีมงานกู้ภัยทุกๆท่านที่ได้เข้าช่วยเหลือ ขอบคุณครับ

น้ำท่วมภาคใต้ บางสะพาน

ต่อมาในเฟซบุ๊ก "คาเธ่ย์ หมี" ก็ได้โพสต์ข้อความอีกว่า

พบศพน้องแล้ว ปาฏิหาริย์ยังไม่มีจริง
ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ RIP.
ดญ.พัชธร สมหวัง อายุ 5 ปี (น้องต้นไม้)
ชาว อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

จากเหตุ: รถตู้ชาว อ.ทุ่งสง จ.นครศรีฯ ได้เดินทางทั้งหมดรวมเด็ก 8 คน เพื่อไปร่วมงานบวชที่ จ.สุพรรณบุรี และอยู่ระหว่างเดินทางกลับมานครศรีฯ และขณะรถวิ่งอยู่บน ถ.เพชรเกษม ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ ได้เกิดน้ำท่วม ตามคลิปแล้วส่งพิกัด GPS.มาเพื่อขอความช่วยเหลือ

แล้วเมื่อน้ำเริ่มสูงขึ้น ทุกคนได้ไปนั่งบนหลังคารถตู้ แต่กระแสน้ำเชี่ยวแรงได้พลัดรถไหลไปจากถนน ซึ่งแม่ได้อุ้มเด็กได้ลื่นเสียหลักตกจากหลังคารถตกน้ำ และเพื่อนๆได้คว้ามือช่วยคุณแม่ได้ทัน แต่เด็กได้ไหลไปกับกระแสน้ำแล้ว  จากนั้นทุกคนได้นั่งร้องไห้บนหลังคารถตู้ร่วม 5 ชม.เพื่อรอการช่วยเหลือ จากกระทั้งเวลา 03.00 น.ได้มีทีมงานกู้ภัยของคุณใหญ่ -ฝันดี นำเรือเข้าช่วยฯ

และทีมงานคุณใหญ่และกู้ภัยหน่วยต่างๆ ได้ช่วยกันนำเรือตามออกหาน้องต่อ! จนกระทั่งเวลา 08.45 น.ได้รับแจ้งมาว่า ได้พบร่างไร้วิญญาณของน้องต้นไม้แล้ว

น้ำท่วมภาคใต้  บางสะพาน

ขณะที่ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีปภ. เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ว่า ฝนที่ตกหนัก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2560 ถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีจังหวัดได้รับผลกระทบ 12 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์ รวม 111 อำเภอ 663 ตำบล 4,993 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 369,680 ครัวเรือน 1,105,731 คน ผู้เสียชีวิต 25 ราย สูญหาย 2 ราย สถานที่ราชการเสียหาย 5 แห่ง ถนน 218 จุด คอสะพาน 59 แห่ง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 1 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ยังคงมีสถานการณ์ใน 11 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นราธิวาส สงขลา ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์ รวม 92 อำเภอ 556 ตำบล 4,299 หมู่บ้าน โดยจังหวัดพัทลุง น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 5 อำเภอ, นราธิวาส น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 13 อำเภอ, สงขลา น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 5 อำเภอ ประจวบคีรีขันธ์ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ, ระนอง น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอเมืองระนอง รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน 

นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่า จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ภาคใต้ตอนบนจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก และคลื่นลมแรง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา กระบี่ และตรัง ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมามีฝนตกสะสม ส่งผลให้พื้นดินชุ่มน้ำ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย ดินไหลและดินถล่ม ปภ. จึงได้ประสาน 9 จังหวัดดังกล่าวแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยบริเวณที่ลาดเชิงเขา ที่ราบต่ำริมน้ำไหลผ่าน ริมชายฝั่งทะเล และพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนักและฝนตกสะสม ขณะที่เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 2–3 วัน